แนะนำหนังสือ-FAILED IT! เฟลอีก!

วันนี้เราอยากแนะนำหนังสือดีๆอีกหนึ่งเล่มที่พออ่านได้อ่านก็จะเข้าใจในแต่ละสิ่งได้อย่างแท้และรู้เท่าทันความคิดของเรา เวลาล้มเหลวเพื่อนๆ รู้สึกยังไงบ้าง? บางคนอาจเสียใจ ซึมเศร้า หรือโกรธ แต่ไม่ว่าจะรู้สึกแบบไหน หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้เราเปลี่ยนความล้มเหลวให้เป็นไอเดียสุดสร้างสรรค์ เปลี่ยนความผิดพลาดให้กลายเป็นความสำเร็จโดยเรียนรู้จากสิ่งที่เราทำพลาดไป อ่านแล้วช่วยจัดการอารมณ์ ความรู้สึก ทำให้เปิดมุมมองใหม่ และพร้อมจะเริ่มใหม่อีกครั้งทั้งเรื่องงาน เรื่องเรียน และการใช้ชีวิต

หนังสือน่าอ่าน ชีวิตดีขึ้นทุกด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว

  ลองมองไปรอบๆ บ้านของคุณ คุณเห็นโอกาสที่จะมีชีวิตดีขึ้นเป็น 10 เท่าไหม? คนเราใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตอยู่ที่บ้าน แต่หลายคนกลับมองว่ามันเป็นแค่ที่ซุกหัวนอน และมองข้าวของภายในบ้านเป็นแค่ของตกแต่งหรือเครื่องอำนวยความสะดวกเท่านั้น หารู้ไม่ว่าข้าวของเหล่านั้นมีพลังบางอย่างที่สามารถเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ หนังสือ “ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้าน ด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว” เล่มนี้ จะมาแนะนำเคล็ดลับการจัดบ้านที่เรียบง่าย ทรงพลัง และมีหลักจิตวิทยารองรับ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้บ้านของคุณหายรกแบบถาวรหลังจากลงมือจัดบ้านแค่ครั้งเดียว แต่ยังช่วยให้ชีวิตของคุณดีขึ้นในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่เรื่องการเงิน การเรียน ความสัมพันธ์ ไปจนถึงสุขภาพ แล้วคุณจะพบว่า แค่จัดวางข้าวของในบ้านให้เข้าที่ สิ่งดีๆ ก็จะวิ่งเข้ามาในชีวิตคุณ!

หนังสือน่าอ่าน – การเดินทางของพระจันทร์

ข้อความหนึ่งที่ชื่นชอบ ในหนังสือนั้นมีหลายหลากมากและในการอ่านนั้นมีข้อคิดหรือหลักการใช้ให้เรานั้นนำหลักนั้นไปใช้ได้อีกด้วยบางครั้งเราก็ฝันเห็นดวงดาว ทั้ง ๆ ที่ เราอยู่ใต้ต้นไม้ตอนกลางวัน สัมผัสได้ว่าผู้แต่งเป็นคนละมุนละไม อ่อนโยน และเป็นผู้ชายอบอุ่น มีอารมณ์กวีอยู่มากพอควรภายในตัว โดยปกติแล้วคนที่หยิบยกเอาเรื่องท้องฟ้า เรื่องดวงดาวมาพูดมักเป็นคนช่างจินตนาการ แต่ประโยคดังกล่าวก็แฝงความเป็นจริงไว้ เหมือนคอยย้ำเตือนเราว่าสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นจากการฝันไปเท่านั้น

คำว่า ศศิ แปลได้หลายความหมาย แต่ที่เจ้าตัวชอบที่สุดคงจะเป็นความหมายที่ว่า ‘พระจันทร์’ ซึ่งหนังสือเล่มนี้ก็เป็นการเดินทางของพระจันทร์จริง ๆ เพราะภายในเล่มเป็นเหมือนบันทึกเรื่องราวการเดินทางไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งโดยปกติแล้ว คนเรามักจะจดบันทึกการเดินทางด้วยคำพูด แต่ว่านี่ต่างออกไป เพราะเป็นการจดบันทึกเรื่องราวด้วยภาพสีน้ำ ที่ทั้งสดใส สวยงาม และเต็มไปด้วยความหมาย

หนังสือที่ควรค่าแก่การอ่าน Honjok ความสุขจากการอยู่กับตัวเอง

ความเหงาอาจจะเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับใครบ้างคน เป็นสิ่งที่น่าเจ็บปวด แต่ความสันโดษนั้นเป็นเรื่องที่น่ายินดี เนื่องจากความเหงาเกิดขึ้นเพราะการขาดสัมพันธภาพ ไม่ใช่การขาดผู้คน ในทางตรงกันข้ามแม้เราจะอยู่โดดเดี่ยวเพียงลำพัง แต่หากรู้สึกถึงแรงสนับสนุนจากกลุ่มเพื่อนหรือคนรอบกาย เราย่อมไม่รู้สึกเจ็บปวด

การที่เราเลือกที่จะใช้ชีวิตเพียง ‘คนเดียว’ อย่างสันโดษ ไม่ได้หมายความว่าเราผิดแปลกไปจากสังคม แต่กลับเป็นสังคมต่างหากที่น่าตั้งคำถามว่า แล้วการที่ใช้ชีวิตเพียงลำพังนั้นเป็นสิ่งที่แย่ตรงไหน?

จากสถิติของประชากรโลกได้บอกไว้ว่า ขนาดของครอบครัวมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ จากครอบครัวใหญ่ที่มีจำนวน 5-6 คน กลายเป็นครอบครัวเล็กที่มีสมาชิกเพียงแค่ 2-3 คน และล่าสุด เทรนด์การใช้ชีวิตแบบ ‘ฮนจก’ กำลังจะบอกเราว่า การใช้ชีวิตเพียงตัวคนเดียวก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลกอีกต่อไป

ไม่อายที่จะนำเสนอหน้าชั้นเรียน ต้องเตรียมตัวดังนี้

สำหรับนักเรียน นักศึกษาทหลายท่านคงมีความตื่นเต้นเป็นอย่างมากเมื่อ คุณครู หรืออาจารย์นั้นสั่งงานและให้ออกมาพรีเซนต์หน้าของ แต่ถ้าพูดถึงเราเรียนรู้วิธีการพรีเซนต์งานหน้าของก็คงไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไร งันวันนี้เรามาดูกันดีกว่า ว่าจะมีวิธีใดบ้าง

1.วางแผนการนำเสนอ


เขียนกระดาษโน้ตหรือกระดาษดัชนี.
 เขียนความคิดหลักๆ ลงในกระดาษดัชนี ไม่ต้องเขียนรายละเอียด ไม่อย่างนั้นจะต้องติดอยู่กับชะตากรรมของการก้มมองแล้วจ้องไปที่กระดาษโน้ตขณะอ่านมันไปด้วย ใส่ข้อเท็จจริงตลกๆ คำถามที่จะให้ผู้คนมีส่วนร่วม และกิจกรรมที่เชื้อเชิญให้ผู้คนมีส่วนร่วมลงในกระดาษเพื่อจะเอามาแบ่งปันหน้าชั้นเรียน

  • เขียนคำหลักหรือความคิดหลัก ถ้าคุณจำเป็นต้องดูกระดาษดัชนี คุณก็จะแค่มองลงไปปราดเดียวเพื่อข้อมูล ไม่ใช่อ่านทุกคำที่เขียน
  • ส่วนมากแล้ว การใส่ข้อมูลลงไปในกระดาษดัชนีจะช่วยให้คุณจำข้อมูลได้ ต่อให้คุณไม่จำเป็นต้องมีกระดาษโน้ตก็ได้ แต่มันก็ปลอดภัยกว่าถ้าจะมีไว้ เผื่อคุณลืมว่าจะต้องพูดอะไร

2.ฝึกซ้อม. 

ในการนำเสนอส่วนมาก มันชัดเจนเลยว่าใครซ้อมมาหรือใครไม่ได้ซ้อม ฝึกกับสิ่งที่คุณจะพูดและจะพูดมันยังไง คุณจะมั่นใจมากขึ้นเมื่อต้องออกไปนำเสนอจริง และคุณจะลดการพูดคำว่า “แบบ” และ “เอ่อ” ได้มาก ไม่เหมือนคนที่พยายามจะออกไป “ขายผ้าเอาหน้ารอด”

  • เวลาจะซ้อมนำเสนองานให้ซ้อมต่อหน้าคนในครอบครัว เพื่อน หรือหน้ากระจก อาจจะดีกว่าถ้าซ้อมต่อหน้าเพื่อนที่รู้จักกันดี เพราะจะช่วยให้คุณได้จำลองความรู้สึกตอนที่อยู่หน้าชั้นเรียน
  • ขอผลตอบรับจากเพื่อนเมื่อนำเสนอเสร็จแล้ว การนำเสนอยาวไปหรือเปล่า การสบตากับผู้ฟังของคุณเป็นอย่างไรบ้าง คุณตะกุกตะกักบ้างไหม คุณอธิบายทุกประเด็นได้กระจ่างหรือเปล่า
  • ทำการวิจารณ์การซ้อมนำเสนองาน ท้าทายตัวเองเพื่อให้ทำในสิ่งที่คุณคิดว่าจะพัฒนามันต่อไปได้ระหว่างการนำเสนอจริง เมื่อถึงเวลาที่ต้องออกไปเจอของจริง คุณจะรู้สึกมั่นใจว่าคุณได้พยายามมากเป็นพิเศษต่อสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับตนเองแล้ว

3.หาข้อมูล. 

เพื่อที่จะมีการนำเสนอที่ผู้คนสนใจ คุณจำเป็นจะต้องรู้ว่าตัวเองกำลังพูดถึงอะไรอยู่ คุณไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ หรืออ่านหนังสือทุกเล่มหรือเว็บไซต์ทุกเว็บที่เขียนเกี่ยวกับหัวข้อของคุณ แต่คุณควรจะสามารถตอบคำถามทุกคำถามที่อาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นอาจจะถามคุณได้

  • หาข้อความอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ข้อความอ้างอิงจะทำให้การนำเสนอดีมากที่สุด ใช้สิ่งที่คนฉลาดทั้งหลายเคยพูดเอาไว้มาใส่ในงานนำเสนอไม่ได้ทำให้คุณดูฉลาดขึ้นเท่านั้น แต่ยังแสดงให้อาจารย์เห็นด้วยว่าคุณใช้เวลาไปกับการคิดถึงสิ่งที่คนอื่นได้พูดเอาไว้ด้วย
  • ดูให้แน่ใจว่าแหล่งข้อมูลของคุณเชื่อถือได้ ไม่มีอะไรจะทำลายความมั่นใจของคุณได้เท่ากับข้อเท็จจริงที่กลายเป็นเพียงข้อเท็จที่ไม่จริง อย่าเชื่อข้อมูลที่เอามาจากในอินเทอร์เน็ตเสมอไป

แนะนำหนังสือน่าอ่าน ความทรงจำของวันพรุ่งนี้

การที่เราได้อ่านหนังสือที่อ่านแล้วได้ประโยนช์และสามารถปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้มันก็คุ้มค่าที่เราเสียเวลามันและเมื่อหนังสือที่เราอ่านมันดีขนาดนี้เราก็จะเกิดการรู้คุณค่าของหนังสือให้เราเก็บรักษามันให้ได้ดีที่สุดนั้น และหนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวที่เล่า

เรื่องราวของชายหนุ่มวัย 50 ปี ที่ทุ่มเทให้กับงานมากกว่าครอบครัว แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อวันหนึ่งเขาพบว่าตัวเองป่วยเป็นโรคร้าย? ที่เราอยากแนะนำหนังสือน่าอ่านเล่มนี้ เพราะนักแสดงชื่อดังอย่าง วาตานาเบะ เคน อ่านแล้วรู้สึกประทับใจจนต้องขอแสดงนำในภาพยนตร์ หนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ป่วยอัลไซเมอร์และความสัมพันธ์กับคนรอบข้างออกมาได้น่าสนใจและลึกซึ้งกินใจ ใครที่ชื่นชอบเรื่องราวอบอุ่น เจ็บปวด แต่ช่วยให้เรามองเห็นความจริงที่เรียบง่ายของชีวิต ต้องลองอ่านค่ะ

มูลนิธิอิออนประเทศไทย เป็นตัวแทนมอบหนังสือให้แก่เยาวชนไทย

โดยคุณสุพร วัธนเวคิน ประธานกรรมการมูลนิธิอิออนประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท ดาต้าโปรดักส์ ทอปปัง ฟอร์ม จำกัด บริษัท เดนท์สุ (ประเทศไทย) จำกัด ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และผู้สนับสนุนอื่นรวมกว่า 24 บริษัท ร่วมส่งมอบโปรแกรมห้องสมุดออนไลน์ ที่รวบรวม E-book จากสำนักพิมพ์ชั้นนำกว่า 600 เล่ม พร้อมชุดคอมพิวเตอร์ ภายใต้โครงการ GIVE A FUTURE GIVE A BOOK, เป็นของขวัญปีใหม่ในรูปแบบนิวนอร์มัลให้แก่ 5 โรงเรียนในทุกภูมิภาค ได้แก่ โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม โรงเรียนรัตนราษฎร์บำรุง จังหวัดราชบุรี โรงเรียนรังษีวิทยา จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนสตรีราชินูทิศ จังหวัดอุดรธานี และโรงเรียนนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เป็นการต่อยอดปณิธานของมูลนิธิอิออนประเทศไทยในการพัฒนาและส่งเสริมให้เยาวชนไทยเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ผ่านสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย ที่นอกจากจะเป็นการสร้างเสริมนิสัยรักการอ่านแล้ว ยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยได้เข้าถึงสื่อและเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเหมาะสม

สร้างไอเดียสุดเจ๋งกับการทำcontent

สำหรับการสร้าง content ในแต่ครั้งมันก็ต้องเริ่มาจากไอเดียที่เลิศเพราะให้การสร้างในแต่ละครั้งหรือการลงมือทำนั้นมีผลงานออกมาในด้านที่ดีและวันนี้เรามาดูไอเดียเจ๋งเพื่อนำไปใช้ในการผลิตผลงานที่ดีออกมาเพื่อให้ผลงานนั้นเป็นที่ยอมรับหรือได้รับความนิยมงันเรามาดูกันดีกว่า

1) Vlog กระแสการสร้างวิดีโอในโลกโซเชียลเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้เกิดอาชีพ Vlogger หรือผู้ที่สร้างคอนเทนต์ผ่านโลกโซเชียล การทำ Vlog เพื่อสื่อสารแก่ผู้ชม แทนการนำเสนอภาพนิ่ง และการร้อยเรียงบทความผ่านบล็อก สามารถสร้างจุดขายให้แก่แบรนด์ได้อย่างมหาศาล เนื่องจากแบรนด์สามารถสร้างตัวตนผ่านภาพเคลื่อนไหว ซึ่งทำให้เกิดภาพจำได้ง่ายขึ้น อีกทั้งผู้ชมยังได้อรรถรสจากการรับชมรับฟัง ซึ่งมีอิทธิพลต่อการเกิดอารมณ์ หรือความประทับใจในตัวแบรนด์ จากภาพด้านล่าง ทุกท่านจะเห็นการนำเสนอคอนเทนต์ในรูปแบบของวิดีโออย่างแพร่หลายในทุก ๆ วงการ ในปี 2019 เช่น การเป็นยูทูปเบอร์ด้านความงาม การรีวิวสถานที่ท่องเที่ยว การแคสเกมส์ และอื่น ๆ อีกมายมาย ซึ่งรายได้จากการสร้าง Vlog ของยูทูบเบอร์ที่ติดอันดับโลก สามารถสร้างรายได้มากกว่า $100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กันเลยทีเดียว

2.เปิดโหวต ทำโพล

หากโพสต์อะไรหนักๆ มาหลายวันแล้ว ลองทำอะไรง่ายๆ ด้วยการเปิดโอกาสให้ลูกค้าร่วมโหวตหรือแสดงความคิดเห็นในหัวข้อที่คุณคิดขึ้นมา เช่น โหวตเลยชุดไหนสวยสุด แชร์หน่อยเมนูตามสั่งจานไหนสั่งบ่อยสุด ฯลฯ

ซึ่งการเปิดโหวตหรือทำโพล เป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้แสดงความคิดเห็น ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าก็สามารถที่จะนำเอาความเห็นต่างๆ ที่ถูกแชร์ไปต่อยอดได้ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด

การฝึกอ่านหนังสือเร็ว ได้ใจความ

พูดถึงการอ่านในชีวิตประจำวันของเรานั้นมีให้เราฝึกมากมายแต่คนส่วนใหญ่นั้นเลือกที่จะไม่สนใจและอ่านพอผิวเผิน และในบ้างครั้งก็เกิดการหยิบสินค้าผิด หรือ สิ่งของที่ผิด และวันนร้เรามาเปลี่ยนนิสัยให้เป็นคนอ่านฉลากอ่านรายละเอียดของตัวสินค้ากันให้มากขึ้น เพราะจะได้ใช้ชีวิตแบบมั่นใจกันดีกว่า

1 ห้าม! อ่านออกเสียง
เพราะการอ่านออกเสียงนั้นทำให้สมองต้องทำงานหลายขั้นตอนซึ่งจะส่งผลให้อ่านล่าช้าขึ้น แต่ถ้าเราอ่านด้วยตาและสมอง จะช่วยลดการทำงานของสมองจากหลายขั้นตอนให้เหลือเพียงไม่กี่ขั้นตอน ซึ่งจะช่วยให้เราอ่านได้เร็วขึ้น

2 ใช้อุปกรณ์ช่วยชี้ระหว่างที่อ่าน
ในขณะที่อ่านนั้นอาจใช้นิ้วมือหรือปากกาช่วยชี้ตัวหนังสือไปด้วย เพราะนั่นจะช่วยให้มีสมาธิ ไม่วอกแวกในขณะที่อ่าน ซึ่งจะช่วยทำให้อ่านหนังสือได้เร็วขึ้น

3 พยายามเพ่งให้มีสมาธิในช่วงแรก
ต้องมีสมาธิจดจ่อไม่วอกแวก การอ่านหนังสือให้ได้เร็วนั้น สมาธิเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะถ้าหากไม่มีสมาธิหรือสมาธิไม่ดีแล้วนั้น จะทำให้อ่านไม่รู้เรื่องในบางช่วง แล้วก็ต้องอ่านซ้ำเนื้อหาช่วงนั้น ซึ่งจะทำให้อ่านช้าลง

4 อ่านให้เข้าใจภาพรวม
ในบางครั้งการอ่านเนื้อหาบางประเภทอาจะมีรายละเอียดข้อมูลที่มาก ถ้าหากต้องการอ่านให้เร็วนั้น ไม่ควรโฟกัสที่รายละเอียดมากนัก แต่ให้เน้นอ่านเพื่อให้เข้าใจภาพรวมของเนื้อหามากกว่า เช่น “…….การผลิตน้ำดื่มของบริษัท ABC นั้นมีกระบวนการผลิตตั้งแต่การกลั่นโดยใช้สารละลาย…” จากประโยคนี้อาจจับใจความไว้เพียงว่าบริษัทนี้มีการผลิตน้ำดื่มโดยใช้หลายกระบวนการ (ไม่จำเป็นต้องจำชื่อบริษัท หรือรายละเอียดกระบวนการ)

5 ขยับเฉพาะตา ไม่ขยับหัว
ในขณะที่อ่านนั้นควรขยับเฉพาะตา หรือการอ่านแบบกวาดสายตาให้ทั่ว จัดวางระดับสายตาให้การมองอยู่ที่กึ่งกลางบรรทัดแล้วกวาดลูกตาไปทางซ้าย-ขวา แทนการส่ายหัวไปด้วยในขณะอ่าน การอ่านในลักษณะนี้จะช่วยให้เราสามารถอ่านรวดเร็วขึ้นอย่างแน่นอนถ้าหากฝึกจนชำนาญ

6 ลดการอ่านตัวอักษรซ้ำ ไม่อ่านย้อน
โดยการใช้ดินสอ หรือปากกาด้ามเล็ก ๆ ชี้ไปทางขวาเรื่อย ๆ ตามทางที่เราอ่านนั้นเองค่ะ ฝึกทำวิธีนี้บ่อย ๆ จนชินแล้ว ต่อไปก็ไม่จำเป็นต้องใช้ดินสอชี้ตามก็ได้

7 ฝึกอ่านเป็นกลุ่มคำ
เราจะมองตัวหนังสือนั้น ทีละท่อน ปกติแล้ว 1 บรรทัดจะมีประมาณ 3-4 ท่อน เราก็มองเป็นกลุ่มได้ 3-4 กลุ่ม และการอ่าน จะออกมาในรูปแบบการใช้สายตากระโดดขึ้นลงเป็นกลุ่ม ๆ นั่นเอง
ระหว่างนี้ ให้เลือกวิธีที่ถนัดในการฝึกนะคะ และฝึกทำให้ต่อเนื่องกันจนครบ 21 วัน โดยในแต่ละวัน ก็ลองบันทึกความเร็วของเราไปด้วย แล้วจะเห็นว่าเราสามารถอ่านหนังสือได้เร็วขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลย

คอนเทนต์ คืออะไรกันแน่ และการคิดต้องคิดอย่างไรถึงจะดี

 ใจความสำคัญของ คอนเทนต์ ที่ต้องมีหลักก็จะมี เป้าหมายของข้อมูล ผู้รับข้อมูล ประเภทของคอนเทนต์ และ ช่องทางการสื่อสารคอนเทนต์ และการสร้างและแสดงคอนเทนต์ออกมาแล้วเราเห็นชัดที่สุดก็ได้แก่ วิดีโอ ภาพ เสียง และ การเขียนซึ่งจนกว่าเทคโนโลยีหรือรูปแบบของออนไลน์

คอนเท้นต์เป็นคำที่เราได้ยินบ่อยในการตลาด นั่นก็เพราะว่า คอนเท้นต์อย่าง ภาพ วิดีโอ การเขียน นั้นก็เป็นวิธีการสื่อสารกับลูกค้านั่นเอง และการตลาดก็คือการบริหารวิธีการสือสารให้กับลูกค้า เพื่อโน้มน้าวให้คนเหล่านั้นทำอะไรซักอย่าง เช่น การซื้อของ การไลค์วิดีโอ หรือการให้คนทักเข้ามา

หากเราเข้าใจว่า 1) คอนเท้นต์มีหลายประเภท (ภาพ วิดีโอ เสียง การเขียน) และ 2) คอนเท้นต์แต่ละอย่างมีหน้าที่ไม่เหมือนกัน (ทำให้ซื้อของ ทำให้คนทัก ทำให้คนติดตาม) ที่เหลือก็เป็นเรื่องของ ศิลป์ และ ศาสตร์ ว่าเราจะทำยังไงให้คนชอบ และเราจะทำยังไงให้เราสร้างคอนเท้นค์ออกมาได้รวดเร็วที่สุด ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด

ศิลปะแห่งการสร้างคอนเทนต์มีหลายรูปแบบ แต่โดยรวมแล้ว หากคุณเป็นคนหน้าตาดี เป็นคนดัง คนอื่นก็อยากที่จะเสพคอนเท้นต์จากคุณ แต่เนื่องจากว่าบทความนี้เป็นข้อมูลพื้นฐาน ผมจะขออธิบายวิธีสร้างคอนเท้นต์สำหรับคนที่ไม่ดัง และสำหรับมือใหม่ที่หัดทำเลย

ปัญหาส่วนมากของนักสร้างคอนเท้นต์มือใหม่ในโลกออนไลน์ก็คือ ไม่เข้าใจว่าแต่ละช่องทางออนไลน์ทำงานยังไง พูดง่ายๆก็คือไม่เข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้ใน Facebook ใน YouTube ใน Google